พระ, อาทิตย์
ไก่ดิจิตอลขันอาสาเขย่าเปลือกตาแต่เช้า
หมดเวลาไปกับการบิดขี้เกียจอยู่สองนานก่อนลุกออกจากเต็นท์
เช้านี้ผู้คนจอแจกว่าเมื่อวานอย่างเห็นได้ชัด
ผู้คนส่วนนึงค้างคืนที่นี่ อีกส่วนเ้ข้ามาเพื่อสูดอากาศยามเช้าที่นี่
ระยะทางจากเต็นท์ถึงสันอ่างไม่ไกลนัก แต่มีเหตุการณ์ที่อยากใช้เวลาไปกับสิ่งต่างๆเหล่านั้นมากมาย
เช่นคู่รักที่มาถ่าย pre-wedding กันริมน้ำกับฉากภูเขาและดวงอาทิตย์
ก็บรรยากาศกับทิวทัศน์ชวนโรแมนติกซะขนาดนี้
จึงมีคู่รักที่กำลังจะเป็นคู่เรือนมาถ่ายภาพความหวานกันมากมาย
ปางอุ๋งเลยกลายเป็นสถานที่แห่งความรักไปโดยปริยาย
ใกล้ๆกันเป็นกลุ่มทัวร์ชาวจีนนักเล่นกล้อง(เดาเอา เห็นแต่ละคนสะพายกระเป๋าอุปกรณ์พะรุงพะรังน่าดู)
มาเฝ้ารอถ่ายภาพพระอาทิตย์ขึ้น
เรา(ผมและอีกหลายๆคนที่ตั้งกล้องรอชมในที่นี้)ยังคงเห็นเพียงแค่เฉดสีที่ไล่ระดับของพระอาทิตย์กับมวลเมฆ
วันนี้เมฆหนาจริงๆ
ระหว่างนั่งรอพระอาทิิตย์ ผมก็พบกับพระสงฆ์รูปหนึงกำลังกลับจากบิณฑบาตรในเขตทำการฯ
นี่ช่วยคลายความสงสัยของผมหลายเรื่องที่เข้าไปในวัดรวมไทยเมื่อวานที่ว่า มีพระจำวัดอยู่หรือไม่ ถ้ามีแล้วต้องบิณฑบาตรหรือเปล่า
เห็นแ้ล้วก็รู้สึกอยากใส่บาตรขึ้นมา เสียดายที่ไม่ได้เตรียมกับข้าวกับปลาเพราะไม่รู้
ไม่งั้นสงสัยนี่คงเป็นการตักบาตรครั้งที่สูงที่สุดของผมแน่ๆ :)

 
 
 
 
 
 
ล่องแพ แลหมอก
หนึ่งในเหตุผลใหญ่ที่ผมอยากมาปางอุ๋งแห่งนี้คือ 'อยากมานั่งแพ'
แต่พอเอาเข้าจริงๆกลับลืมความรู้สึกที่อยากจะนั่งแพเอามากๆในตอนนั้นไปเสียหมด
ผมกลับกลายเป็นชอบดูแพที่กำลังว่ายแหวกผ่านหมอกบางๆที่คลุมอยู่เหนือผิวน้ำไปแล้ว
ช่วงเช้าๆอย่างนี้ เป็นช่วงที่แพไม่เคยเทียบท่านานกว่าหนึ่งนาที
เพราะมีนักท่องเทียวรอต่อคิวกันอย่างไม่ขาดสาย
การได้นั่งแพผ่านหมอกที่ลอยต่ำๆปกคลุมอยู่เหนือผิวน้ำที่มีให้เห็นเฉพาะยามเช้าๆในบรรยากาศเย็นๆแบบนี้ก็ว่าพิเศษแล้ว
การได้มีคนพิเศษนั่งข้างๆคงถือเป็นที่สุด เป็นความพิเศษที่เฉพาะตัวของใครของมันจริงๆ
คิดแล้วก็อยากจะนั่งแพอีกครั้ง
แต่ขอเป็นการนั่งแพแบบพิเศษเฉพาะตัวก็คงจะดี ;P
 
 
 
 
 
หงษ์นำโชค
ที่นี่ไม่มีหงส์แดง เพราะสัญญาณโทรทัศน์คงไม่ชัด
ที่นี่ไม่มีหงส์ทอง เพราะเป็นเขตปลอดสุรา
การสร้างเรื่องราวบวกเข้ากับสถานที่ช่วยสร้างมูลค่าและดึงดูดนักท่องเที่ยวได้มากมาย
ไม่ว่าจะสร้างขึ้นใหม่ หรือตำนานเล่าขาน(บางทีก็ตำจนนาน จนไม่รู้ที่มาที่ไป ฮา)
ตัวอย่างก็มีให้เห็นเฉกเช่นซีีรี่เกาหลี ที่เรื่องไหนลองได้เข้ามาฉายในจอแก้วบ้านเราแล้วล่ะก็ สถานที่ในเรื่องคงอื้อึงไปด้วยภาษาไทย
 
หากใครหาข้อมูลที่เกี่ยวกับปางอุ๋ง คงล้วนเคยได้ยินตำนานบทหนึ่งที่เล่าขานว่า  "หากใครมาปางอุ๋งแล้วได้เห็นหงส์ คนผู้นั้นจะโชค"
เรื่องนี้มีข้อเท็จจริงอยู่สามข้อที่ผมพิสูจน์แล้วด้วยตัวเอง
ข้อแรก หงส์มีสองชนิดคือหงส์ดำและหงส์ขาว
ข้อสอง หงส์เป็นสัตว์ที่ทางศูนย์แห่งนี้เลี้ยงไว้ มีรั้วล้อมชัดเจน
ข้อสุดท้าย หงส์ที่เลี้ยงไว้ไม่กลัวคน แม้คุณไม่อยากเห็นมัน มันก็จะออกมาให้เห็น (ฮา)
แต่สำหรับผมการได้ผ่านเส้นทางอันแสนจะคดเคี้ยวจนมาถึงบนนี้ได้ผมถือว่าไม่โชคร้ายแล้วล่ะ
เล้าหงส์(ไม่รู้จะเรียกที่อยู่อาศัยมันว่าไงดี ขอเรียกตามแบบเล้าเป็ด เล้าไก่แล้วกัน) จริงๆคือที่เดียวกันกับเส้นทางชมกล้วยไม้ที่ไปมาเมื่อวาน
แต่วันนี้ไปอีกครั้งเพื่อดูหงษ์โดยเฉพาะ
ผมสนใจหงส์พ่อแม่ลูกครอบครัวนึงว่ายไป ว่ายมาไม่ห่างกัน
ติดใจในความน่ารักจึงก้มไปถ่ายไกล้ๆดู ทีแรกนึกว่าจะกลัวแล้วว่ายหนีไป กลับว่ายเข้าหาแล้วเชิดหน้าชูคอระหงส์ใส่ดุจนางแบบเชียว
ถ่ายกี่ครั้ง มันก็แอ็คทุกครั้ง
ผมเริ่มได้ใจ ทีนี้ก้มลงแล้วยืดแขนจนสุด กล้องกับหงส์ห่างกันไม่ถึงสิบเซ็นติเมตร
หมับ!!!!  เสียงหงส์งับเข้าที่นิ้ว
เห้ย!!!!!  ตามด้วยเสียงผมอุทานพร้อมกับสะดุ้งโหยงจนกล้องเกือบตกน้ำ
มาคิดได้ทีหลังว่าจริงๆมันไม่คงได้สวมวิญญานนางแบบหรือคุ้นชินกับคนหรอก
มันคงแค่อยากปกป้องลูกน้อยของมันเท่านั้นเอง
ถ้าการได้เห็นหงส์แล้วจะมีโชค กับผมที่โดนมันงับเข้าล่ะ?
สงสัยผมต้องสร้างตำนานขึ้นมาบ้างแ้ล้ว :D
 
 
 
 
 
 
 
คำบอกเล่าจากเจ้าหน้าที่
เช้านี้ผมหามื้อเช้าลองท้องเบาๆ จากบ้านดินที่ตอนนี้แปลงเป็นร้านสวัสดิการชั่วคราว
เจ้าหน้าที่หลายคนมักมารวมกลุ่มกันตรงนี้
พี่คนนึงเดินเข้ามาขอให้ผมช่วยดูมือถือให้หน่อย
หลังจากนั้นก็ได้คุยกันพักใหญ่ และไขข้อข้องใจไปหลายเรื่อง
ผมถามเรื่องไฟฟ้าว่าได้มาจากไหน
พี่จนท.เล่าว่า ไฟฟ้าที่เปิดตามทางเมื่อคืนนี้ผลิตได้จากการระบายน้ำที่สันอ่าง และอีกส่วนคือได้มากจากเครื่องปั่นไฟ
ผมถามเรื่องชาวบ้านที่อยู่หน้าเขตทำงาน
พี่จนท.เล่าว่า เดิมทีตรงนั้นไม่มีบ้านเรือนอาศัย แต่ว่าชาวเขาที่อยู่ในหมู่บ้านระหว่างทางได้ย้ายขึ้นมา(คงเพราะนักท่องเที่ยวมามากขึ้น)จนกลายเป็นชุมชนเล็กๆ แต่ตอนนี้ได้จำกัดไม่ให้ขยายออกไปแล้ว
ผมถามเรื่องชนเผ่า และการใช้ชีวิต
พี่จนท.เล่าว่า ชาวเขาที่เห็นอยู่นั้นมาจากห้าชนเผ่าแต่ผมฟังไม่ทันว่ามีเผ่าอะไรบ้าง(มันน่าเขกกระโหลกตัวเองจริงๆ) โดยมีอาชีพหลักจากการทำเกษตร ปลูกผัก ปลูกข้าว ปลูกชา เป็นหลัก หลายๆครอบครัวมีรถยนต์สำหรับใช้ในการขนสินค้าเกษตร
ผมชื่นชมและชื่นชอบบรรยากาศกับพี่จนท
แต่พี่เค้าบอกว่าที่นี่เปลี่ยนไปเยอะกว่าเมื่อก่อนมาก ตกดึกก็จุดตระเกียงเดี๋ยวนี้มีเสาไฟฟ้าปักลงหน้าบ้านทุกหลังแล้ว
ฟังน้ำเสียงพี่เค้าแล้วดูอาลัยอาวรณ์กับบรรยากาศแบบเก่าๆ สงบๆอย่างเห็นได้ชัด
นิยามคำว่าเยอะของผมกับพี่เค้าคงไม่เท่ากัน
ถ้าเทียบกับที่อื่นๆมา ผมว่าที่นี่ เปลี่ยนไปอย่างสุขุมและมั่นคง
แต่กับคนที่นี่ อย่างพี่เค้า แม้การเปลี่ยนเพียงเล็กน้อย เค้าก็คงรู้สึกว่ามันใหญ่เสมอ
ได้ยินแล้วผมก็อยากลองสัมผัสบรรยากาศแบบเก่าๆที่พี่เค้าว่าดูบ้าง
 
 
 
- No Photo -
 
 
 
เดินบนทางธรรม
ก่อนจากกัน พี่จนท.แนะนำให้ผมลองไปเดินชมเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่เกาะอีกฝั่งนึงของอ่างดู
พี่เค้าบอกว่าสวยอย่างธรรมชาติจริงๆ แต่น่าเสียดายที่แทบไม่มีใครย่างเข้าไปเลย
อยากรู้และอยากลองพิสูจน์ดู
เส้นทางสำหรับไปอีกฝั่งนึงของอ่างเป็นเส้นเดียวกับที่ผมไปเมื่อวาน แต่ต้องเดินข้ามสะพานไม้ไป
แล้วจะพบไปป้ายให้ข้อมูลเพื่อให้เราได้เตรียมตัว กับเตรียมใจ
ป้ายบอกว่าเส้นทางนี้ยาวเกือบสองกิโลเมตร และใช้เวลาสองชั่วโมง หรือมากกว่า!!
ผมมีเวลาไม่ถึงชั่วโมงด้วยซ้ำ จึงออกเดินแค่ไปเท่าที่จะทำได้
ความหนาทึบของป่าำทำให้แสงแดดกลายเป็นของหายาก และอากาศก็เย็นกว่าด้านนอกมาก
มอสส์เขียวขจีเกาะตามผิวของต้นไม้ใหญ่น้อย กับเฟิร์นที่กางใบคลุมผิดทางเดิน
ทำเอาลืมสีน้ำตาลและดำของต้นไม้และผืนดินไปเลย
จะเปรียบมอสส์กับเฟิร์นว่าเป็นดัชนีชี้วัดความชื้นก็ว่าได้
ยิ่งเดินก็ยิ่งเพลิน ยิ่งเดินยิ่งรู้สึกสงบ
ธรรมะ คือ ธรรมชาติ การเรียนรู้ธรรมชาติ ก็เหมือนการเรียนรู้ธรรมะอย่างนึง
คิดแบบนี้แล้วยิ่งทำให้รู้สึกอยากจะลองพิชิตเส้นทางนี้ขึ้นมาจริงๆ
 
 
 
 
 
 
 
 
รถโดยสาส์น
ผมกลับมาถึงเต็นท์เพื่อจัดเก็บกระเป๋า เหลือเวลาก่อนเวลาทีี่นัดไว้กับพี่คนขับรถสองแถวอีกสิบนาที
ระหว่างนั่งรอรถ ลุงต้าร์ขับรถผ่านมาก็เข้ามาทักทายก่อนให้เบอร์โทรกับผม
"ถ้ามาอีกก็โทรหาลุงได้ตลอด"
"ผมจะมาอีกแน่นอน" ผมสัญญาไว้แบบนั้น ก่อนกล่าวลา
ไม่นานรถสองแถวก็มาถึง พอผมขึ้นรถเสร็จ พี่เจ้าของก็ขับออกทันที
เหมือนกับรู้ว่าไม่มีผู้โดยสารคนอื่นอีกแล้ว นอกจากผม
ในขาลงนี้ดูเหมือนพี่เจ้าของรถจะใช้ความเร็วมากกว่าครั้งที่ขึ้นมามา
เป็นความรู้สึกก้ำกึ่งของความสนุกและความหวาดเสียว
มาถึงหมู่บ้านแรก(ถ้านับจากขากลับ) มีคุณยายท่านนึงขึ้นรถมาด้วย
จึงทักทายและพูดคุยกันเล็กน้อย
ตลอดเวลาที่รถคนนี้วิ่งเข้าไปตามหมู่บ้าน พี่เจ้าของจะจอดรถพูดคุยกับชาวบ้านที่นี่อยู่บ่อยครั้ง
ด้วยภาษาพื้นถิ่นที่ผมฟังไม่ออก ผมแอบคิดเอาเองว่าพี่ิเค้าคงเป็นคนในหมู่บ้านนี้
เจ้าของปั๊มน้ำมันเล็กๆยังหนุ่มคนนึง ฝากถังน้ำมันขนาดสองถังใหญ่ ให้ช่วยเติมให้ด้วยที่ตัวเมือง
คุณน้าคนนึงจดสิ่งของใส่กระดาษและฝากซื้อ
ผมมีความรู้สึกว่ารถคันนี้ทำหน้าที่มากกว่ารถโดยสาร
แม้บางครอบครัวที่นี่จะมีรถ แต่ก็ยังมีอีกหลายครอบครัวที่ไม่มี
และการขับรถขึ้นลงเส้นทางที่ชันแบบนี้ก็คงหนักน่าดู ทั้งค่าน้ำมัน และค่าของเวลา
รถคนนี้ก็คงเหมือนสะพานที่คอยเชื่อมต่อพื้นที่อันแสนไกลแห่งนี้
ระหว่างนี้ผู้โดยสารทะยอยขึ้นมาจนเต็มคันรถแล้ว
เส้นทางยังเหลืออีกยาวไกล ที่เหลือปล่อยเป็นหน้าที่ของรถคนนี้
ให้คอยช่วยรับผู้โดยสาร และคอยส่งสาส์นต่อไป
 
 
 
 
 
 
 
 
---------------------------------------
คุยนอกเอนทรี่
---------------------------------------
ยาววววๆ อีกแล้วกับเอนทรี่นี้
ตั้งใจว่าเอนทรี่หน้า ก็น่าจะจบพอดี ครับ
 
อ้อ พอดีว่าอยากลองเขียนแบบบรรทัดต่อบรรทัด
แทนการเขียนแบบยาวปรื๊ดดดแล้วย่อหน้าเอา
เลยอยากรู้ว่าแบบไหนอ่านง่ายกว่ากันหรือชอบแบบไหนมากกว่ากัน
เขียนใส่เป็น ปล ท้ายคอมเม้นท์ก็ได้นะครับ
ขอบคุณที่อ่านจนจบครับ ฮ่าๆๆ
มอสส์

Comment

Comment:

Tweet

Hot! Hot! Hot! Hot!

น่าไปสักครั้งนะครับ^^
ภาพต้นไม้แดงนึกว่าเปนเมืองฝรั่งซะ
สวยๆๆๆๆๆๆๆ 

#7 By ปิยะ99 on 2013-03-27 07:00

@yiim-yiim เป็นสถานที่ๆเหมาะกับการเติมพลังที่ดีคับ
@lanla-liuliu รับรองมาง่ายกลับง่ายกว่าสามพันโบกแน่นอน หุหุ surprised smile
ปล เดวหาเวลาว่างไปสามพันโบกมั่ง big smile

#6 By ผ้าใบลุยสวน on 2013-03-13 19:43

@nirankas โอ๊ะ ขอบคุณครับ big smile
เป็นคำที่มองข้ามไปเลย เหอๆsad smile

#5 By ผ้าใบลุยสวน on 2013-03-13 19:37

เออ เราก็พิมพ์ผิดอะ
หงส์ ต้องใช้ ส์ ไม่ใช่ ษ์
เห็นจาก #3
sad smile sad smile sad smile

#4 By Nirankas on 2013-03-13 18:36

Hot! Hot!  ดูสวยงามและอุดมสมบูรณ์มากๆเลยค่ะ
คราวหน้าต้องไปลองตามหาหงส์บ้างแล้ว

#3 By lanlaliuliu on 2013-03-13 13:21

Hot! Hot! Hot! Hot!
สวยเนาะคะ บรรยากาศน่าไปนอนเล่นซักเดือนbig smile big smile
ปล อ่านได้หมดคะ แต่จะชอบการเขียนแบบบรรทัดต่อบรรทัดมากกว่าคะ  

#2 By YiM-YiiM on 2013-03-11 10:37

โดนหงษ์งับ คงไม่เจ็บใช่มั้ย
อย่าลืมฉีดยากันพิษสุราเรื้อรัง sad smile sad smile sad smile
Hot! Hot! )
ปล เขียนแบบไหนก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่ ถ้าไม่บอกก็ไม่ได้สังเกตด้วยซ้ำ แต่เราชอบเขียนบรรทัดต่อบรรทัดมากกว่า

#1 By Nirankas on 2013-03-08 07:18