ผมกลับมาถึงขึ้นรถสองแถวได้ทันเวลา ไม่ใช่สิ ผมมาขึ้นรถสองแถวก่อนกำหนดเวลา แต่เกือบไม่ทัน

       อย่างที่พี่คนขับบอกไว้ก่อนหน้านี้ถ้ารถเต็มก็จะออกก่อน แต่เท่าที่ดูยังเหลือพื้นที่ให้นั่งได้อีกหลายก้น ไม่รู้ว่า ’เต็ม’ ในที่นี้หมายถึง ผู้โดยสาร หรือ ใจ แบบเต็มใจออกก็จะออก (แซวเล่นนะครับพี่ ฮา) ไม่ว่าจะเหตุผลใดก็       ตามนั่นล้วนเป็นผลดีต่อผมที่ช่วยให้ผมถึงปางอุ๋งเร็วขึ้วไปอีกหนึ่งชั่วโมง

       ปางอุ๋ง หรือชื่อเต็มๆคือ “โครงการพระราชดำริปางตอง 2” เป็นอ่างเก็บน้ำที่สร้างขึ้นมาเพื่อจุดประสงค์ด้านการเกษตร แต่ด้วยบรรยากาศและทิวทัศน์อย่างป่าสนที่สวยงาม ดูแล้วละม้ายคล้ายทะเลสาบ ที่นี่จึงถูกขนานนามอีกชื่อนึงว่า สวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย ผมไม่เคยไปสวิสเซอร์แลนด์และผมก็ยังไม่เคยไปปางอุ๋ง ผมจึงให้คำยืนยันนิยามที่ว่าตอนนี้ไม่ได้ แต่ถึงขนาดเทียบเท่ากับสวิสเซอแลนด์ก็ออกจะฟังดูอุกอาจเกินไปหน่อย(ฮา)

 

       ผู้โดยสารคราวนี้ต่างจากคราวอื่นๆ เพราะทั้งหมดเป็นชาวเขาที่อยู่ในหมู่บ้านก่อนที่จะถึงปางอุ๋ง ผมได้มีโอกาสพูดคุยกับชาวบ้านบ้างทำให้รู้ว่าหลายคนพูดกลางได้น้อยมากๆ เดาว่าน่าจะใช้ภาษากลางแค่การซื้อขายเท่านั้น

       จากแผนที่ในโบชัวร์ที่ได้มาจากศูนย์ศิลปชีพบอกไว้ว่าระยะทางจากตัวเมืองถึงปางอุ๋งคือ 44กิโลเมตร รถจะวิ่งตามทางหลวงเส้นทาง แม่ฮ่องสอน-ปาย(เส้นทางเดียวกับที่ผมเพิ่งนั่งรถมาจากปาย) ไป 8 กิโลเมตรจาก และหลังจากนั้นรถจะเลี้ยวซ้ายออกจากถนนทางหลวงหลักเพื่อขึ้นไปยังปางอุ๋ง ในโบชัวร์เรียกว่า “เส้นทางสายไหม” ซึ่งตลอดเส้นทางจะมีแหล่งท่องเที่ยวสวยๆหลายอย่างให้ได้แวะกันตลอด

               

       หลังรถผละจากถนนเส้นหลักเข้ามาในเส้นทางสายไหมนี้แล้ว เสน่อันเป็นเอกลักษณ์ของถนนในแม่ฮ่องสอนก็ยังไม่ทิ้งความขลังขององศาความคดเคี้ยว แต่ที่ต่างกันเล็กน้อยคือถนนเส้นนี้มีแต่ทางชันขึ้นไม่มีทางลาดลงเลย รถจึงต้องออกแรงเชิดหน้าขึ้นเขาตลอดเวลาจนผมต้องคว้าหาที่จับเพื่อไม่ให้ตัวไถลลงไปกองท้ายรถ

       ระหว่างทางหลวงที่นับจำนวนโค้งได้ 1,864 โค้ง กับ เส้นทางสายไหมที่ไร้ซึ่งทางลาด อยากรู้เหมือนกันว่าแบบไหนจะชนะคะแนนไป แต่ที่น่าสังเกตุอย่างนึงคือถนนตลอดเส้นทางเป็นถนนลาดยางที่ยังดูใหม่และราบเรียบไม่มีหลุมบ่อ ผมว่าถนนบนนี้คุณภาพเยี่ยมกว่าถนนทางหลวงหลายๆแห่งด้วยซ้ำไป

       บรรยากาศตลอดสองข้างทางเป็นผืนป่าหนาทึบสลับกับป่าโล่งโปร่งช่วยให้รู้สึกเย็นสบาย บวกกับลมเย็นๆที่ประทะเข้ามาทำให้ต้องกระชับเสื้อกันหนาวแน่นขึ้น

        หลังจากนั่งรถมาได้ไกลพอดูก็เริ่มเห็นพื้นที่ๆเป็นไร่ผักของชาวเขาที่ปลูกไว้ แต่..ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะถึงที่หมายง่ายๆ หนำซ้ำรถที่เชิดขึ้นเขาก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะเจอทางลาดลงเลย แต่ผมกลับรู้สึกดี เพราะยังไม่อยากให้รถถึงที่หมาย ยังรู้สึกอยากซึมซับธรรมชาติให้อิ่มเอมเสียก่อน

       ไม่นานหลังจากเห็นไร่แล้ว

       ตอนนี้รถก็มาถึงหมู่บ้านแรกเรียบร้อย นับว่าเป็นจุดจอดแรกของการเดินทาง มีชาวบ้านลงเกินกว่าครึ่งคันรถ บ้านไม้แทบทุกหลังมุงหลังคาบ้านด้วยใบไม้ เป็นภาพที่สวยและแปลกตาไปอีกแบบ

       หลังจากรถออกวิ่งต่อ ถนนหนทางก็เริ่มที่จะลาดลงบ้าง พอจะช่วยให้เครื่องยนต์ได้ผ่อนกำลังลงไม่มากก็น้อย แต่อนิจจาทางลาดสั้นเหลือเกิน เครื่องยนต์จึงต้องกลับมาทำงานหนักไต่ระดับขึ้นเขากันต่อไป

 

       หลังจากผ่านหมู่บ้านแรกไม่นานก็เจอหมู่บ้านที่สอง และเป็นหมู่บ้านสุดท้าย เป็นจุดจอดที่สอง ผู้โดยสารที่เหลือลงกันหมดแล้วทิ้งให้ผมกลายเป็นผู้โดยสารเพียงคนเดียวแล้ว แต่พี่โชเฟอร์ก็ยังมุ่งหน้าพาผมไปส่งให้ถึงปางอุ๋ง

       ตอนนี้เส้นทางที่เคยลาดยางเปลี่ยนเป็นทางคอนกรีตแล้วและดูเหมือนจะแคบกว่าเดิม และดูเหมือนว่ายิ่งขึ้นไปสูงมากเท่าไรระดับความชันของถนนก็ยิ่งสูงจนน่าตระหนก ของศักดิ์สิทธิ์เพียงอย่างเดียวที่ผมจะพึ่งพาได้ในตอนนี้ไม่ใช่พระเครื่องของสำนักไหนทั้งนั้น แต่เป็นเบรกของรถคันนี้ล้วนๆ!

 

       บรรยากาศสองข้างทางที่หนาทึบไปด้วยไม้ใหญ่ เริ่มเปลี่ยนเป็นป่าสน บ่งบอกให้รู้ว่าอีกนิดเดียวเท่านั้นก็็จะถึง และไม่กี่อึดใจก็พบกับซุ้มประตูไม้บ่งบอกถึงจุดหมายแล้ว สองฝั่งถนนประกอบไปด้วยร้านขายสินค้าที่ระลึก ร้านอาหารและเกสเฮ้าส์ พี่คนขับรถชลอความเร็วเมื่อเข้าเขตชุมชนแล้วถามผมว่าจองที่พักไว้หรือยัง เมื่อรู้ว่ายังจึงพาผมไปส่งกับพี่อีกคนให้ช่วยหาที่พักให้

       ผมลงจากรถพร้อมจ่ายค่าโดยสาร โดยพี่คนขับรถบอกว่าจะขึ้นมารับพรุ่งนี้สิบเอ็ดโมงเช้า ผมกล่าวขอบคุณ ก่อนมาคุยเรื่องที่พัก สายตาชำเลืองไปเห็นเสื้อยืดในร้านขายของที่ละลึก สกรีนอักษรตัวเขื่องว่า “ผู้พิชิตแสนโค้ง” ผมแอบอมยิ้ม ที่เมืองด้านล่างเค้าสกรีนแค่ “ผู้พิชิตพันโค้ง” ที่นี่เอาซะแสนโค้งเลย

       ผมว่าปางอุ๋งอาจจะไม่ได้ชนะคะแนน แต่ผมว่าคงชนะใจคนดูได้แน่ๆ :D


 

 

เหวออออ


แปลงผัก


เส้นทางที่เพิ่งผ่านมา




เห็นข้างทางแบบนี้ เหวนะครับ

ป่าสน


ถึงแล้วววว

 

 

 

 

#########################

ปล เอนทรี่ยาวที่สุดตั้งแต่เขียนมาเลย ทนๆ่อ่านหน่อยแล้วกันนะครับ :D


Comment

Comment:

Tweet

ตามมาอ่าน ชอบการเล่าเรื่อง
ของผมมีแต่ภาพ
ปางอุ๋งยังไม่เคยไปเลย กะเก็บตังค์ก่อน แล้วจะไปแว๊นขึ้นไป Hot! Hot! Hot! Hot!

#7 By comzine on 2013-02-18 12:02


 
  
    

#6 By ปิยะ99 on 2013-02-16 12:03

อ่านนึกถึงตอนที่เคยนั่งผ่านโค้งพวกนั้นแล้วสงสารตัวเองชะมัด sad smile

#5 By KANYA on 2013-02-06 07:02

Hot! Hot! Hot!

ถ้าเมารถง่าย..

งานนี้คงงานเข้าครับ555+^^

..

ปล.บรรยากาศดีจังนะครับ น่าไป^^
ใครช่างขยันไปนับว่ามี 1864 โค้ง
big smile Hot!

#3 By Nirankas on 2013-02-02 08:59

ตอนเด็กเคยไปเที่ยว พ่อเล่าว่า อ๊อกแตกตอนลงรถ
...
ตอนหลังไปเที่ยวเอง ต้องพยายามหลับ แล้วก็พยายามกลืนๆอั้นๆสิ่งที่มันพยายามจะออกมา
...
เอาชนะตัวเองได้ สนุกดี 
angry smile

#2 By abobdlN on 2013-02-02 01:22

เจอโค้งเยอะขนาดนี้เวียนหัวแย่เลย

#1 By ปาปิลิโอ on 2013-02-01 11:15